[SF] How to Get My Happiness?
posted on 05 Sep 2009 01:38 by loveewa in HowToGetMyHappiness
Title: How to Get My Happiness?
Paring: Not identify
Author: loveewa
Category: Shojo ai
Rating: PG-13
Author's note: เป็นเพียงเรื่องสมมติขึ้นจากจินตนาการ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
รอยยิ้มของฉัน...
สิ่งที่ฉันแต่งแต้มมันบนใบหน้ามากเสียกว่าเครื่องสำอางใด
กับภาพลักษณ์ของฉัน...
เด็กสาวที่ดูอารมณ์ดี ร่าเริง และมีความสุขอยู่ตลอดเวลา
ฉันกำลังสร้างความสุขให้กับทุกคนที่มองเห็น
แล้วความสุขของฉันล่ะ?
“เป็นศิลปินนี่ลำบากจังแฮะ จะไปไหนก็ต้องหลบซ่อน คอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา”
เสียงบ่นจากคนหนึ่งที่เพิ่งกลับมาถึงห้องพัก ฉันหันไปมองคริสตัลที่กลับมาพร้อมกับอีกคนซึ่งหอบหิ้วของพะรุงพะรัง แล้วจึงส่งยิ้มให้
“ได้อะไรมาบ้างเนี่ย แล้วขนมที่ฉันฝากซื้อล่ะว่าไง”
“!!.....เอ่อ....ลืมอะซอลลี” คริสตัลหน้าเหวอเมื่อฉุกคิดขึ้นได้
ความจริงฉันเองก็เสียดายอยู่นิดๆ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรนี่นา มันไม่ควรเป็นเรื่องที่ทำให้คริสตัลแสดงสีหน้าสลดในเวลาต่อมาแบบนี้
“เอาน่าๆ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันค่อยออกไปมินิมาร์ทแถวนี้ก็ได้” ฉันพูดและฉีกยิ้มกว้าง นั่นทำให้คริสตัลคลายสีหน้าอมทุกข์นั้นได้
“จะออกไปข้างนอกเหรอซอลลี ไปด้วยดิ” และอีกเสียงแว่วขึ้นจากด้านหลัง ฉันหันไปส่งยิ้มให้ลูน่าแทนคำตอบว่าตกลง
“อะไรกันเนี่ย สองคนเพิ่งกลับ อีกสองจะออกไป แล้วเมื่อไหร่จะครบองค์ประชุม”
“แค่ออกไปมินิมาร์ทแถวนี้เอง เดี๋ยวก็กลับแล้ว”
“ออกไปสร้างกระแสอีกล่ะสิ ฮิๆ ว่าไงจ๊ะคู่แรก คราวก่อนข่าวอย่างไวเลยอะ” พี่วิคหัวเราะคิกคัก
“นั่นสิน้า~ เดี๋ยวนี้กระแสเอมตัลมาแรงมากเลย” ฉันเองก็พูดเปรยๆ แล้วในวงสนทนาก็เกิดเสียงหัวเราะขึ้น
แน่นอนว่าเสียงหัวเราะที่ดังที่สุดคือเสียงของฉัน และรอยยิ้มที่บานแฉ่งที่สุดก็คือรอยยิ้มของฉัน
แต่ว่า....ทำไมฉันต้องยิ้มกว้างที่สุด และหัวเราะดังที่สุดด้วยล่ะ
“เพลาๆ หน่อยซอลลี เสียหญิงหมดแล้ว” และเสียงที่ยังไม่ได้ยินเลยในที่สุดก็แว่วดังขึ้น
เสียงแหบแห้ง เสียงที่ฉันแอบคิดว่าสำหรับผู้หญิงแล้วมันไม่ดูเกินอายุของเจ้าตัวไปอย่างมาก
ฉันยอมกระชับริมฝีปากเข้าหากัน เปลี่ยนเป็นนอมยิ้มจางๆ ส่งให้อีกฝ่ายแทน
แล้วทำไม....ฉันต้องรับฟังคำเอ่ยปรามจากเขาด้วยล่ะ?
“งั้นเดี๋ยวเราเอาของไปเก็บกันก่อนดีกว่านะพี่” คริสตัลบอกกับพี่เอมเบอร์ แล้วทั้งสองจึงหายออกจากห้องไป
“เอาล่ะ ซอลลี จะออกไปมินิมาร์ทกับลูน่าตอนนี้เลยใช่ไหม งั้นซื้อของสำหรับมื้อเย็นนี้เลย อะนี่ รายการทั้งหมด”
“หูยเจ้ นี่กะไม่ต้องออกแรงเองเลยใช่ไหม ใช้น้องอ้ะ!”
“อะไร....กล้าหือกับพี่ใหญ่หรือจ๊ะน้องสาว?” พี่วิคส่งยิ้มหวานให้ลูน่า ซึ่งฉันเชื่อว่าแต่ละลูน่าทราบดี รอยยิ้มนี้มันน่าสะพรึงกลัวแค่ไหน
“โอเคๆ ของแค่นี้เอง สบายอยู่แล้ว” แล้วลูน่าจึงพยักหน้า พร้อมกับตอบตกลงด้วยน้ำเสียงประชดอย่างสุดฤทธิ์ แต่ถึงกระนั้นพี่วิคตอเรียก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ
“งั้นเราไปกันเถอะซอลลี”
“เดี๋ยวๆ” ฉันเอ่ยรั้งก่อนที่ลูน่าจะเดินไปถึงประตู
“กระเป๋าเงิน”
“เออจริง ลืมเลยอะ”
“แหม...อยากออกไปรับแสงตะวันมากจนลืมปัจจัยสำคัญเลยนะลูลู่”
“ฮ่าๆๆ ดูยายเด็กคนนี้กร่อนชื่อเรียกเธอสิลูน่า”
“เจ้อ้ะ! อย่ามาล้อนะ!”
“ฮ่าๆๆๆ” แล้วเสียงหัวเราะของพี่วิคตอเรียก็ดังขึ้นอีกชุดใหญ่
ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเพียงแค่ประโยคธรรมดาๆ ถึงเรียกเสียงหัวเราะจากใครต่อใครได้
ซึ่งสำหรับฉัน....มันก็แค่คำพูดธรรมดา พูดออกมาไม่ทันได้ผ่านการกลั่นกรอง
แต่เห็นทุกคนหัวเราะ...ฉันก็ว่าแบบนี้แหละดี
ฉันสามารถสร้างความสุขให้กับทุกคนได้
“งั้นเดี๋ยวซอลลีไปเอากระเป๋าเงินก่อนนะ”
“ไปด้วย”
“เดี๋ยวเอาเผื่อก็ได้ ลู่เก็บไว้ในลิ้นชักเหมือนเดิมใช่ไหม”
“ใช่ แต่ว่า....ลูน่า ไม่ใช่ลูหรือลู่อะไรแบบนั้น !”
“ฮ่าๆๆๆๆ เดี๋ยวมาจ้าเดี๋ยวมา~” ว่าแล้วฉันก็วิ่งแผลวออกจากห้องนั่งเล่น
“อ้าว ทำไมไม่มีล่ะ” แต่เมื่อมาเปิดดูลิ้นชักในห้องนอนแล้วกลับไม่พบกระเป๋าของลูน่า ฉับกระชับกระเป๋าเงินของตัวเองไว้ก็ใช้มันเขกศีรษะตัวเองเบาๆ
“หาอะไรอยู่ ซอลลี” เสียงแหบจู่ๆ ก็แว่วดังขึ้นทำเอาฉันสะดุ้ง
เพราะอยู่ด้วยกันมานาน ฉันสามารถจดจำเสียงของทุกคนได้ แม้จะไม่เห็นหน้าก็ทราบว่าเป็นใคร
พี่เอมเบอร์...
ใช้เวลาชั่งใจไม่นาน ฉันหันใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ไปให้อีกฝ่ายได้เห็น
“หากระเป๋าเงินลู่”
“ฮะ?”
“ลูน่า”
“อ๋อ”
“ลูน่าบอกว่าอยู่ในลิ้นชัก แต่หาแล้วก็ไม่มี”
“หาดีแล้วหรือยัง ตัวเองรีบเกินไปเลยค้นไม่ละเอียดน่ะสิ” พี่เอมเบอร์ว่าก่อนจะเดินเข้ามานั่งชันเข่าข้างๆ และลงมือค้นลิ้นชัก
ซึ่งไม่นานก็เจอกระเป๋าเงินของลูน่าจริงๆ มันค่อนข้างแบน และสอดอยู่ในสมุดไดอารี่
“นี่ไงล่ะ”
“อ่า....ก็มันแทบจะไม่เห็นเลยนี่นา”
“ก็ไม่ตั้งใจค้นเองนี่ ยายบ๊อง” ว่าก่อนจะใช้กระเป๋าเงินของลูน่ามาเขกศีรษะฉันเบาๆ
“เจ็บนะ! พี่เอมเบอร์รังแกน้องอะ! เดี๋ยวเจอฟ้องพี่วิคเลย” ฉันมุ่ยหน้าใส่ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้น ขณะที่อีกคนก็ลุกตาม
“เอาไป” ไม่ว่าอะไรมากก็ยื่นกระเป๋าเงินของลูน่าให้ ฉันรีบคว้ามาไว้กับตัวอย่างรวดเร็ว แล้วก็ฉีกยิ้มให้
ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมต้องยิ้ม
ใบน้าของฉันคงมีแต่รอยยิ้มสินะ
และในเวลาต่อมา เสียงของคริสตัลแว่วมาจากอีกห้องหนึ่งทำให้คนตรงหน้าฉันเหลือบตามอง คงเพราะเป็นเสียงเรียกชื่อของตัวเอง
“งั้นซอลลีไปก่อนนะ” ฉันจึงช่วยตัดบท เพื่อให้พี่เอมเบอร์กลับไปตามเสียงเรียกของคริสตัล
“อื้อ” เมื่อมีเสียงตอบรับ ฉันยิ้ม ก่อนจะกลับหลังหัน
ฉันมักจะเป็นแบบนี้เสมอ มักจะปลีกตัวเองออกมา
ฉันคิดว่าแบบนี้ดีที่สุดแล้วสำหรับทุกคน
แต่มันจะดีแล้วหรือสำหรับฉัน..
“เดี๋ยว ซอลลี”
“ฮะ..” ฉันหันขวับไปตามทิศที่มือของอีกคนได้คว้าข้อมือของฉันไว้
“...อะไรเหรอ?”
“ซื้อขนมมาเผื่อด้วยดิ”
“ขนม?...พี่เอมเบอร์เนี่ยนะฝากฉันซื้อขนม!”
“ฮ่าๆๆ เผื่อไว้ตอนหิวไง”
“ก็ได้ๆ จะซื้อมาเผื่อ”
“ขอบใจ...แล้วก็...รีบไปรีบกลับล่ะ”
“อื้อ” ฉันพยักหน้า และยิ้ม และต่อจากนั้นพี่เอมเบอร์จึงเป็นฝ่ายหันหลังให้ และเดินออกไป
ซึ่งฉัน....ก็ยังคงยืนยิ้มอยู่อย่างเดิม
จนถึงตอนนี้ฉันตั้งคำถามขึ้นว่า ‘ฉันกำลังยิ้มเพราะอะไร’
ฉันกำลังมีความสุขอยู่หรือเปล่านะ มันดูแย่จังที่ตัวเองไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง
หรือแท้จริงแล้วเป็นเพราะฉันไม่อยากยอมรับกับบางความรู้สึกที่มันเกิดขึ้น?
ฉันว่าฉันกำลังอิจฉาคริสตัล..
ความละอายใจมักจะเข้ามาเกาะกุมเสมอหลังจากความรู้สึกนี้
รอยยิ้มของฉัน...
สิ่งที่ฉันแต่งแต้มมันบนใบหน้ามากเสียกว่าเครื่องสำอางใด
กับภาพลักษณ์ของฉัน...
เด็กสาวที่ดูอารมณ์ดี ร่าเริง และมีความสุขอยู่ตลอดเวลา
ฉันกำลังสร้างความสุขให้กับทุกคนที่มองเห็น
แล้วความสุขของฉันล่ะ?
การจะได้มาซึ่งความสุขที่แท้จริง...
ฉันต้องทำยังไง?
How to Get My Happiness?
ฟ้าปลิ้นแล้ว พอมแพมแต่งโชโจ กรึกกกกกกกกกกกกก TvT
Paring: Not identify
Author: loveewa
Category: Shojo ai
Rating: PG-13
Author's note: เป็นเพียงเรื่องสมมติขึ้นจากจินตนาการ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
รอยยิ้มของฉัน...
สิ่งที่ฉันแต่งแต้มมันบนใบหน้ามากเสียกว่าเครื่องสำอางใด
กับภาพลักษณ์ของฉัน...
เด็กสาวที่ดูอารมณ์ดี ร่าเริง และมีความสุขอยู่ตลอดเวลา
ฉันกำลังสร้างความสุขให้กับทุกคนที่มองเห็น
แล้วความสุขของฉันล่ะ?
“เป็นศิลปินนี่ลำบากจังแฮะ จะไปไหนก็ต้องหลบซ่อน คอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา”
เสียงบ่นจากคนหนึ่งที่เพิ่งกลับมาถึงห้องพัก ฉันหันไปมองคริสตัลที่กลับมาพร้อมกับอีกคนซึ่งหอบหิ้วของพะรุงพะรัง แล้วจึงส่งยิ้มให้
“ได้อะไรมาบ้างเนี่ย แล้วขนมที่ฉันฝากซื้อล่ะว่าไง”
“!!.....เอ่อ....ลืมอะซอลลี” คริสตัลหน้าเหวอเมื่อฉุกคิดขึ้นได้
ความจริงฉันเองก็เสียดายอยู่นิดๆ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรนี่นา มันไม่ควรเป็นเรื่องที่ทำให้คริสตัลแสดงสีหน้าสลดในเวลาต่อมาแบบนี้
“เอาน่าๆ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันค่อยออกไปมินิมาร์ทแถวนี้ก็ได้” ฉันพูดและฉีกยิ้มกว้าง นั่นทำให้คริสตัลคลายสีหน้าอมทุกข์นั้นได้
“จะออกไปข้างนอกเหรอซอลลี ไปด้วยดิ” และอีกเสียงแว่วขึ้นจากด้านหลัง ฉันหันไปส่งยิ้มให้ลูน่าแทนคำตอบว่าตกลง
“อะไรกันเนี่ย สองคนเพิ่งกลับ อีกสองจะออกไป แล้วเมื่อไหร่จะครบองค์ประชุม”
“แค่ออกไปมินิมาร์ทแถวนี้เอง เดี๋ยวก็กลับแล้ว”
“ออกไปสร้างกระแสอีกล่ะสิ ฮิๆ ว่าไงจ๊ะคู่แรก คราวก่อนข่าวอย่างไวเลยอะ” พี่วิคหัวเราะคิกคัก
“นั่นสิน้า~ เดี๋ยวนี้กระแสเอมตัลมาแรงมากเลย” ฉันเองก็พูดเปรยๆ แล้วในวงสนทนาก็เกิดเสียงหัวเราะขึ้น
แน่นอนว่าเสียงหัวเราะที่ดังที่สุดคือเสียงของฉัน และรอยยิ้มที่บานแฉ่งที่สุดก็คือรอยยิ้มของฉัน
แต่ว่า....ทำไมฉันต้องยิ้มกว้างที่สุด และหัวเราะดังที่สุดด้วยล่ะ
“เพลาๆ หน่อยซอลลี เสียหญิงหมดแล้ว” และเสียงที่ยังไม่ได้ยินเลยในที่สุดก็แว่วดังขึ้น
เสียงแหบแห้ง เสียงที่ฉันแอบคิดว่าสำหรับผู้หญิงแล้วมันไม่ดูเกินอายุของเจ้าตัวไปอย่างมาก
ฉันยอมกระชับริมฝีปากเข้าหากัน เปลี่ยนเป็นนอมยิ้มจางๆ ส่งให้อีกฝ่ายแทน
แล้วทำไม....ฉันต้องรับฟังคำเอ่ยปรามจากเขาด้วยล่ะ?
“งั้นเดี๋ยวเราเอาของไปเก็บกันก่อนดีกว่านะพี่” คริสตัลบอกกับพี่เอมเบอร์ แล้วทั้งสองจึงหายออกจากห้องไป
“เอาล่ะ ซอลลี จะออกไปมินิมาร์ทกับลูน่าตอนนี้เลยใช่ไหม งั้นซื้อของสำหรับมื้อเย็นนี้เลย อะนี่ รายการทั้งหมด”
“หูยเจ้ นี่กะไม่ต้องออกแรงเองเลยใช่ไหม ใช้น้องอ้ะ!”
“อะไร....กล้าหือกับพี่ใหญ่หรือจ๊ะน้องสาว?” พี่วิคส่งยิ้มหวานให้ลูน่า ซึ่งฉันเชื่อว่าแต่ละลูน่าทราบดี รอยยิ้มนี้มันน่าสะพรึงกลัวแค่ไหน
“โอเคๆ ของแค่นี้เอง สบายอยู่แล้ว” แล้วลูน่าจึงพยักหน้า พร้อมกับตอบตกลงด้วยน้ำเสียงประชดอย่างสุดฤทธิ์ แต่ถึงกระนั้นพี่วิคตอเรียก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ
“งั้นเราไปกันเถอะซอลลี”
“เดี๋ยวๆ” ฉันเอ่ยรั้งก่อนที่ลูน่าจะเดินไปถึงประตู
“กระเป๋าเงิน”
“เออจริง ลืมเลยอะ”
“แหม...อยากออกไปรับแสงตะวันมากจนลืมปัจจัยสำคัญเลยนะลูลู่”
“ฮ่าๆๆ ดูยายเด็กคนนี้กร่อนชื่อเรียกเธอสิลูน่า”
“เจ้อ้ะ! อย่ามาล้อนะ!”
“ฮ่าๆๆๆ” แล้วเสียงหัวเราะของพี่วิคตอเรียก็ดังขึ้นอีกชุดใหญ่
ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเพียงแค่ประโยคธรรมดาๆ ถึงเรียกเสียงหัวเราะจากใครต่อใครได้
ซึ่งสำหรับฉัน....มันก็แค่คำพูดธรรมดา พูดออกมาไม่ทันได้ผ่านการกลั่นกรอง
แต่เห็นทุกคนหัวเราะ...ฉันก็ว่าแบบนี้แหละดี
ฉันสามารถสร้างความสุขให้กับทุกคนได้
“งั้นเดี๋ยวซอลลีไปเอากระเป๋าเงินก่อนนะ”
“ไปด้วย”
“เดี๋ยวเอาเผื่อก็ได้ ลู่เก็บไว้ในลิ้นชักเหมือนเดิมใช่ไหม”
“ใช่ แต่ว่า....ลูน่า ไม่ใช่ลูหรือลู่อะไรแบบนั้น !”
“ฮ่าๆๆๆๆ เดี๋ยวมาจ้าเดี๋ยวมา~” ว่าแล้วฉันก็วิ่งแผลวออกจากห้องนั่งเล่น
“อ้าว ทำไมไม่มีล่ะ” แต่เมื่อมาเปิดดูลิ้นชักในห้องนอนแล้วกลับไม่พบกระเป๋าของลูน่า ฉับกระชับกระเป๋าเงินของตัวเองไว้ก็ใช้มันเขกศีรษะตัวเองเบาๆ
“หาอะไรอยู่ ซอลลี” เสียงแหบจู่ๆ ก็แว่วดังขึ้นทำเอาฉันสะดุ้ง
เพราะอยู่ด้วยกันมานาน ฉันสามารถจดจำเสียงของทุกคนได้ แม้จะไม่เห็นหน้าก็ทราบว่าเป็นใคร
พี่เอมเบอร์...
ใช้เวลาชั่งใจไม่นาน ฉันหันใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ไปให้อีกฝ่ายได้เห็น
“หากระเป๋าเงินลู่”
“ฮะ?”
“ลูน่า”
“อ๋อ”
“ลูน่าบอกว่าอยู่ในลิ้นชัก แต่หาแล้วก็ไม่มี”
“หาดีแล้วหรือยัง ตัวเองรีบเกินไปเลยค้นไม่ละเอียดน่ะสิ” พี่เอมเบอร์ว่าก่อนจะเดินเข้ามานั่งชันเข่าข้างๆ และลงมือค้นลิ้นชัก
ซึ่งไม่นานก็เจอกระเป๋าเงินของลูน่าจริงๆ มันค่อนข้างแบน และสอดอยู่ในสมุดไดอารี่
“นี่ไงล่ะ”
“อ่า....ก็มันแทบจะไม่เห็นเลยนี่นา”
“ก็ไม่ตั้งใจค้นเองนี่ ยายบ๊อง” ว่าก่อนจะใช้กระเป๋าเงินของลูน่ามาเขกศีรษะฉันเบาๆ
“เจ็บนะ! พี่เอมเบอร์รังแกน้องอะ! เดี๋ยวเจอฟ้องพี่วิคเลย” ฉันมุ่ยหน้าใส่ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้น ขณะที่อีกคนก็ลุกตาม
“เอาไป” ไม่ว่าอะไรมากก็ยื่นกระเป๋าเงินของลูน่าให้ ฉันรีบคว้ามาไว้กับตัวอย่างรวดเร็ว แล้วก็ฉีกยิ้มให้
ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมต้องยิ้ม
ใบน้าของฉันคงมีแต่รอยยิ้มสินะ
และในเวลาต่อมา เสียงของคริสตัลแว่วมาจากอีกห้องหนึ่งทำให้คนตรงหน้าฉันเหลือบตามอง คงเพราะเป็นเสียงเรียกชื่อของตัวเอง
“งั้นซอลลีไปก่อนนะ” ฉันจึงช่วยตัดบท เพื่อให้พี่เอมเบอร์กลับไปตามเสียงเรียกของคริสตัล
“อื้อ” เมื่อมีเสียงตอบรับ ฉันยิ้ม ก่อนจะกลับหลังหัน
ฉันมักจะเป็นแบบนี้เสมอ มักจะปลีกตัวเองออกมา
ฉันคิดว่าแบบนี้ดีที่สุดแล้วสำหรับทุกคน
แต่มันจะดีแล้วหรือสำหรับฉัน..
“เดี๋ยว ซอลลี”
“ฮะ..” ฉันหันขวับไปตามทิศที่มือของอีกคนได้คว้าข้อมือของฉันไว้
“...อะไรเหรอ?”
“ซื้อขนมมาเผื่อด้วยดิ”
“ขนม?...พี่เอมเบอร์เนี่ยนะฝากฉันซื้อขนม!”
“ฮ่าๆๆ เผื่อไว้ตอนหิวไง”
“ก็ได้ๆ จะซื้อมาเผื่อ”
“ขอบใจ...แล้วก็...รีบไปรีบกลับล่ะ”
“อื้อ” ฉันพยักหน้า และยิ้ม และต่อจากนั้นพี่เอมเบอร์จึงเป็นฝ่ายหันหลังให้ และเดินออกไป
ซึ่งฉัน....ก็ยังคงยืนยิ้มอยู่อย่างเดิม
จนถึงตอนนี้ฉันตั้งคำถามขึ้นว่า ‘ฉันกำลังยิ้มเพราะอะไร’
ฉันกำลังมีความสุขอยู่หรือเปล่านะ มันดูแย่จังที่ตัวเองไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง
หรือแท้จริงแล้วเป็นเพราะฉันไม่อยากยอมรับกับบางความรู้สึกที่มันเกิดขึ้น?
ฉันว่าฉันกำลังอิจฉาคริสตัล..
ความละอายใจมักจะเข้ามาเกาะกุมเสมอหลังจากความรู้สึกนี้
รอยยิ้มของฉัน...
สิ่งที่ฉันแต่งแต้มมันบนใบหน้ามากเสียกว่าเครื่องสำอางใด
กับภาพลักษณ์ของฉัน...
เด็กสาวที่ดูอารมณ์ดี ร่าเริง และมีความสุขอยู่ตลอดเวลา
ฉันกำลังสร้างความสุขให้กับทุกคนที่มองเห็น
แล้วความสุขของฉันล่ะ?
การจะได้มาซึ่งความสุขที่แท้จริง...
ฉันต้องทำยังไง?
How to Get My Happiness?
ฟ้าปลิ้นแล้ว พอมแพมแต่งโชโจ กรึกกกกกกกกกกกกก TvT